แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพรในอาหารจีน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมุนไพรในอาหารจีน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2558

เคล็ดลับ 12 ข้อ จากแพทย์จีน

1.   หวีผมบ่อยๆ:   หวีผมเบาๆ บ่อยหน่อยช่วยให้ตาสว่าง และรากผมแข็งแรง (ใช้หวีซี่ห่างหน่อย แปรงเบาหน่อย เพื่อกันผมหลุด) 

2.   ถูใบหน้าบ่อยๆ: 
  ล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ให้สะอาดก่อน หลังจากนั้นใช้ฝ่ามือ   2   ข้างถู หน้าเบาๆ บ่อยหน่อยเพื่อกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ใบหน้าเปล่งปลั่ง 

3.   เคลื่อนไหวดวงตาบ่อยๆ: 
ให้มองไกล-มองใกล้ มองข้างนอก-ข้างใน มองบน-มองล่าง หลีกเลี่ยงการมอง หรือจ้อง อะไรนานๆ โดยเฉพาะคนที่ทำงานคอมพิวเตอร์ควรพักสายตาด้วยการมองไกลอย่างน้อยทุกชั่วโมง 

4.   กระตุ้นใบหูบ่อยๆ: 
การดึงหู ดีดหู บีบหู ถูใบหูเบาๆ บ่อยหน่อย ช่วยบำรุงตานเถียน(จุดฝังเข็ม) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เก็บพลังงานของร่างกาย (ใต้สะดือ) สัมพันธ์กับไต ซึ่งเปิดทวารที่หู ทำให้แรงดี  ป้องกันเสียงดังในหู หูตึง และอาการเวียนหัว 

5.   ขบฟันบ่อยๆ: 
ขบฟันเบาๆ บ่อยหน่อย(ไม่ใช่ขบแรงดังกรอดๆ) ช่วยให้ฟันแข็งแรง และกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย 

6. ใช้ลิ้นดุนเพดานปากบ่อยๆ: 
การใช้ปลายลิ้น กระตุ้นเพดานบนด้านหน้าเป็นการกระตุ้นจุดฝังเข็ม เพื่อเชื่อมพลัง ลมปราณตู๋และเยิ่น ซึ่งเป็นเส้นควบคุมแนวกลางลำตัวส่วนหลัง และส่วนหน้าร่างกาย ทำให้เกิดการกระตุ้นการหลั่งสารน้ำ และน้ำลาย 

7.   กลืนน้ำลายบ่อยๆ: 
การกลืนน้ำลายบ่อยๆ ช่วยกระตุ้นพลังบริเวณคอหอย และกระตุ้นการย่อยอาหาร 

8. หมั่นขับของเสีย: 
หมั่นขับของเสีย โดยเฉพาะดื่มน้ำให้พอ กินอาหารที่มีเส้นใย ออกกำลัง เพื่อ ป้องกันท้องผูก เมื่อปวดปัสสาวะหรืออุจจาระให้ถ่ายทันที อย่ารอโดยไม่จำเป็น การทิ้งของเสียไว้ในร่างกายนานเกินทำให้เกิดสารพิษ และการดูดซึมสารพิษ  ( กลับเข้าสู่ร่างกาย) มากขึ้น ทำให้ป่วยง่าย 

9.   ถูหรือนวดท้องบ่อยๆ: 
ให้นวดท้องตามเข็มนาฬิกาเบาๆ เพื่อช่วยให้การขับถ่ายของเสียดีขึ้น 

10.   ขมิบก้นบ่อยๆ: 
การขมิบก้นบ่อยๆ ช่วยป้องกันริดสีดวงทวาร และท้องผูก 

11.   เคลื่อนไหวทุกข้อ: 
การอยู่นิ่งๆ หรืออยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานเกินไป ทำให้เกิดโรคได้ง่าย ควรเคลื่อน ไหวข้อต่างๆ ให้ครบทุกข้อทุกวัน ฝึกฝนการใช้กล้ามเนื้อและข้อให้สมดุล เช่น การฝึกชี่กง ไท ้เก้ก โยคะ ฯลฯ 

12.   ถูผิวหนังบ่อยๆ: 
ใช้ฝ่ามือถูตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย คล้ายกับการถูตัวเวลาอาบน้ำ มีส่วนช่วยให้ เลือดและพลังไหลเวียนดี
เรียนเชิญท่านผู้อ่านลองนำไปปฏิบัติดู เพื่อสุขภาพ พลัง และลมปราณที่ดีไป นานๆ ครับ...

ท่านอาจารย์นายแพทย์ภาสกิจ(วิทวัส) วัณนาวิบูล อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแพทย์ แผนจีนแนะนำเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ ตามศาสตร์แพทย์แผนจีนว่า อาหาร 10   อย่างที่ไม่ควรกินมากเกิน นำแนวคิดศาสตร์แพทย์แผนจีนมาวิเคราะห์โดย ใช้หลักแพทย์แผนปัจจุบันประกอบ...



อาหารที่ไม่ควรกินมากเกิน หรือบ่อยเกินได้แก่...     
1.   ไข่เยี่ยวม้า: 
ไข่เยี่ยวม้ามีตะกั่วค่อนข้างสูง ตะกั่วทำให้การดูดซึมแคลเซียมน้อยลงกินบ่อยๆ จะเสี่ยงโรคกระดูกโปร่งบาง และอาจได้รับพิษตะกั่วเช่น สมองเสื่อม เป็นหมัน ฯลฯ   

2.   ปาท่องโก๋: 
  กระบวนการทำปาท่องโก๋มีการใช้สารส้ม ซึ่งมีตะกั่วปน เปื้อน ตะกั่วทำให้ไตทำงานหนักในการขับสารนี้ออกไป นอกจากนั้นยังทำให้คอแห้ง เจ็บคอง่าย โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคร้อนในได้ง่าย 

3.   เนื้อย่าง: 
  กระบวนการรมไฟ ย่างไฟทำให้เกิดสารเบนโซไพรีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง     

4.   ผักดอง: 
  ผักดอง และของหมักเกลือทำให้ร่างกายได้รับเกลือโซเดียมสูง ถ้ากินบ่อยเกิน หรือมากเกินจะทำให้หัวใจทำงานหนัก เกิดความดันเลือดสูงและโรคหัวใจได้ง่าย นอกจากนั้นกระบวนการหมักดองยังทำให้เกิดสารแอมโมเนียมไนไตรด์ ซึ่งเป็นสาร ก่อมะเร็ง 

5.   ตับหมู: 
ตับหมูมีโคเลสเตอรอลสูง การกินตับหมูบ่อยเกิน หรือมากเกินทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจ เส้นเลือดสมอง (อัมพฤกษ์-อัมพาต) และโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น 

6.   ผักขม ปวยเล้ง: 
ผักขมและปวยเล้งมีสารอาหารสูง ทว่า... มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้เกิดการขับสังกะสีและแคลเซียมออกจากร่างกายมาก การกินบ่อยเกิน หรือมากเกินอาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลเซียม หรือสังกะสีได้     

7.   บะหมี่สำเร็จรูป: 
บะหมี่สำเร็จรูปมีสารกัดบูด สารแต่งรสค่อนข้างสูง และมีคุณค่าทางอาหารต่ำ การกินบะหมี่สำเร็จรูปมากเกิน หรือบ่อยเกินอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคขาดอาหารและการสะสมสารพิษได้ 



สนใจการจัดเลี้ยงโต๊ะจีน ต้องการจ้างโต๊ะจีนมางานของท่าน ติดต่อได้ที่ :
 โทร 081-9447879 , 061-5269462 (เชษฐ์)
 line: chet-combo
เรียกใช้บริการเรา รับรองไม่ผิดหวังครับ

สุดยอดอาหารเป็นยาในอาหารจีน

สุดยอดอาหารเป็นยาในอาหารจีน

เมื่อ กระแสรักสุขภาพ มาแรง "อาหารจีน" เป็นอาหารที่มีประวัติความเป็นมาและมีการเล่าขานสืบทอดมากว่า 4,000 ปี จุดเด่นที่สุดของอาหารจีน คือเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยา หลายคนกินอาหารจีนเพื่อรักษาโรค และคนกินอาหารจีนอีกไม่น้อย ก็กินอาหารจีนเพื่อบำรุงร่างกาย ปัจจุบันกระแสคนเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้นซึ่งอาหารจีนเพื่อสุขภาพถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

เห็ดหอม คนจีนใช้เห็ดหอมเป็นอายุวัฒนะ รักษาหวัด ทำให้เลือดลมดี แก้โรคหัวใจ ป้องกันการเติบโตของเนื้อร้าย ต้านพิษงู ป้องกันโรคเลือดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคมะเร็ง โรคร้ายจากเชื้อไวรัส เห็ดหอมมีกรดอะมิโนชื่อ eritadenine ช่วยให้ไตย่อยโคเลสเตอรอล ได้ดี มีสารเลนติแนน (Lentinan) ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ ในระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพ ในการต่อสู้กับเซลล์เนื้องอก ป้องกัน และต้านมะเร็ง
เห็ดหอมญี่ปุ่น มีคุณสมบัติต้านการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกายที่ทำให้เกิดมะเร็ง
เก๋ากี้ เก๋ากี้ถูกตอกหมุดให้เป็นหนึ่งใน "ซูเปอร์ฟู้ด" ด้วยทีเด็ดอย่างวิตามินซี วิตามินเอ และสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแคโรทีนอยด์ อย่างเบต้าแคโรทีนที่อัดแน่น
กระเพาะปลา มีสรรพคุณทำให้อาการร้อนในที่เกิดจากธาตุในร่างกายคนไม่สมดุลตามหลักหยิง(เย็น) หยาง(ร้อน) ให้ดีขึ้น ถ้าจะกินควรเลือกกินกระเพาะปลาสดของตัวผู้เพราะแข็งแรงกว่าตัวเมีย
ผลแปะก๊วย ถือเป็นยาอายุวัฒนะ มีสรรพคุณหลายประการ คือช่วยบำรุงสมอง เสริมความจำ ช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนได้สะดวก และยังมีคุณสมบัติในการต้านการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกายที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง ช่วยป้องกันการเกิดแผลเรื้องรังโดยเฉพาะในกลุ่มของคนที่เป็นโรค เบาหวาน และช่วยบรรเทาอาการชาตามปลายนิ้วมือและเท้าได้ นอกจากนี้ยังสามารถออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในบริเวณตา ป้องกันการ เกิดโรคเบาหวานขึ้นตาได้อีกด้วย
ปลิงทะเล สรรพคุณของปลิงทะเล ต้องบอกว่าแทบไม่มีชายใดไม่รู้จักคุณสมบัติของอาหารชนิดนี้ โดยเฉพาะชายอายุ 30 ปีขึ้นไป เนื่องจากมีจุดเด่นอยู่ที่การเพิ่มออร์โมน และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ทำให้มีเชื้ออสุจิมากกว่าปกติ รวมทั้งไม่มีคอเลสเตอรอล จึงเป็นอาหารยอดนิยมเสมอมา อาหารที่นิยมนำมาทำก็คือปลิงทะเลน้ำแดง
หูฉลาม มีสรรพคุณเดียวกับ ปลิงทะเล เป็นหนึ่งในเบญจภาคีของจีน แต่เมื่อเทียบกับปลิงทะเลแล้ว หูฉลามมีคอเลสเตอรอลที่มากกว่า
หอยเป๋าฮื้อ เป็นอีกอย่างที่เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ หอยเป๋าฮื้อเป็นอาหารที่รู้กันดีว่าไม่ว่าจะเอามาทำอะไรก็อร่อย กินเปล่า ๆ ยังอร่อยได้ แต่ราคาแพงมาก

ได้รับความรู้กันพอหอมปากหอมคอกันแล้วนะครับ อย่าลืมรับประทานแต่พอดี อะไรที่มากไปอาจทำให้เกิดโทษได้นะครับ ...
สนใจการจัดเลี้ยงโต๊ะจีน ต้องการจ้างโต๊ะจีนมางานของท่าน ติดต่อได้ที่ :
 โทร 081-9447879 , 061-5269462 (เชษฐ์)
 line: chet-combo
เรียกใช้บริการเรา รับรองไม่ผิดหวังครับ
ผัดหมี่ฮ่องกงเป็ดตุ๋นยัดไส้เก๋าลัดภาพโต๊ะจีนเป็ดเอ็มเคขาหมูยอดผักกระเพาะปลา

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สมุนไพรจีนและอาหารจีน

หากพูดถึงสมุนไพร เราต่างก็รู้จักกันดี ในแต่ละท้องถิ่นของแต่ละประเทศ มีการใช้สมุนไพรมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ โดยภูมิปัญญาเหล่านั้นบรรพบุรุษของแต่ละเผ่าพันธุ์ได้ลองผิดลองถูกและจดบันทึกไว้สืบทอดมาจนถึงลูกหลานในปัจจุบัน จนสามารถนำมาใช้ได้อย่างมั่นใจในสรรพคุณ เช่นเดียวกับคนไทยที่มีตำรายาโบราณที่มีส่วนผสมของสมุนไพรมากมายหลายชนิด ซึ่งบางตำราก็ไม่ใช่สมุนไพรไทยทั้งหมดยังมีสมุนไพรจีนผสมหรือแทรกเข้ามาด้วย

ในตำราแพทย์แผนจีนโบราณได้รวบรวมแนวทางหลักในการรักษาผู้เจ็บป่วยไว้ 2 ประการคือ
1. การรักษาแบบองค์รวมเป็นการรักษาที่ครอบคลุม
2. การรักษาที่ดูจากสภาพแวดล้อมภายนอกซึ่งโดยปกติแล้วแพทย์จีนจะแบ่งพื้นฐานสุขภาพ
ออกเป็น 4 แบบ คือ
2.1 พวกหยางแข็งแรง
2.2 พวกหยินแข็งแรง
2.3 พวกหลางอ่อนแอ
2.4 พวกหยินอ่อนแอ

การรักษาของแพทย์จีน จึงเน้นไปที่การปรับสมดุลมีหลายวิธีเช่น การฝังเข็ม การนวดกดจุด การใช้สมุนไพร

เราจะมาพูดถึงพืชผักที่มักเจอในอาหารจีนกันดีกว่า แยกเป็นสมุนไพรที่ออกฤทธิ์ต่างกันดังนี้
 สมุนไพรจีนที่มีฤทธิ์อุ่น
1. กุยช่าย สรรพคุณ มีฤทธิ์อุ่นรสเผ็ด แก้อักเสบและการติดเชื้อ แก้ผื่นคันและแมลงกัดต่อย แก้หวัด แก้ท้องผูก รักษาอาการแน่นอก และอาเจียนเป็นเลือด ข้อควรระวัง ผู้ที่ระบบย่อยอาหารไม่ดี ไม่ควรกิน
 2. เกาลัด ภาษาจีนเรียกว่า “ เลียกก้วย ” สรรพคุณ มีรสหวานบำรุงไต กล้ามเนื้อ ม้าม และกระเพาะอาหาร แก้ร่างกายอ่อนแอ แก้ไอละลายเสมหะ ท้องเดิน แก้วัณโรคที่ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ข้อควรระวัง ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารไม่ควรกิน ผู้ที่เป็นโรคไขข้ออักเสบ ร้อนใน ตาบวมห้ามกิน
 3. ขิง ภาษาจีนเรียกว่า “ จี๋เกีย ”หมายถึงขิงอ่อนส่วนขิงแก่เรียกว่า “ บอเกีย ” สรรพคุณ ช่วยย่อยอาหารขับเหงื่อ แก้ไอ แก้อาการเมารถเมาเรือ ท้องเสีย รักโรคกระเพาะ ช่วยการไหลเวียนของเลือด ข้อควรระวัง ผู้ที่มีอาการร้อนใน คอแห้ง เจ็บคอ ไม่ควรกิน

 สมุนไพรจีนที่มีฤทธิ์เย็น
1. เก๊กฮวย สรรพคุณ ช่วยขับพิษ ขับลม ขับเหงื่อ แก้ร้อนใน ข้อควรระวัง ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายควรกินแต่พอเหมาะ
 2. ขึ้นฉ่าย ภาษาจีนเรียกว่า “ เอียงคึ้ง ”ฝรั่งเรียกว่า “ เซเลอรี่ ” สรรพคุณ ประระดับความดันเลือดให้เป็นปกติ บรรเทาอาการปวด จากโรคเกาต์ ข้อควรระวัง ผู้ที่มีท้องเดินเรื้อรังไม่ควรกินมาก
 3. ถั่วเขียว ภาษาจีนเรียกว่า “ แชเซียวเต่า ” สรรพคุณ แก้ร้อนในกระหายน้ำ รักษาอาการบิด ลดความดันโลหิต ข้อควรระวัง ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับม้าม หรือท้องเสียบ่อยๆ ไม่ควรกิน

 สมุนไพรจีนที่มีฤทธิ์เป็นกลาง
1. งา ภาษาจีนเรียกว่า “ อิ่วมั๊ว ” สรรพคุณ แก้ท้องผูกทำให้ลำไส้ชุ่มชื่นรักษาอาการเคล็ดขัดยอก ข้อควรระวัง ไม่มี
 2. เผือก ภาษาจีนเรียกว่า “ โอ่วไน ” “ โอ่วถึง ”หรือ “ โทวจือ ” สรรพคุณ ป้องกันฟันผุ ทำให้กระดูกฟันแข็งแรง บำรุงไต ลำไส้และแก้อาการท้องเสีย ข้อควรระวัง ไม่ควรกินเผือกดิบ เพราะมีพิษ การกินเผือกมากเกินไปจะทำให้ม้ามทำงานได้อย่างไม่ปกติ
3. รังนก ภาษาจีนเรียกว่า “ เอี่ยง ” สรรพคุณ บำรุงร่างกาย ปอด ไต และม้าม บำรุงกำลังแก้อ่อนเพลียแก้ไอ ลดเสมหะ แก้ร้อนใน หอบหืด และห้ามเลือด ข้อควรระวัง รังนกมีราคาแพงการเลือกซื้อควรระวังรังนกปลอม

ในอาหารโต๊ะจีนหลายๆ อย่างก็จะมีสมุนไพรปะปนกันไป นับว่าเป็นภูมิปัญญาชั้นเลิศที่ได้สืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษชาวจีนแผ่นดินใหญ่โดยแท้